
พระปัจเจกพุทธเจ้า ในพระไตรปิฎกและอรรถกถา
ในพระไตรปิฎกและอรรถกถากล่าวถึงความหมายของพระปัจเจกพุทธเจ้า ดังนี้
๒.๓.๑ พระปัจเจกพุทธเจ้าในพระวินัยปิฎก
๑. ทีฆาวุวัตถุ
ภิกษุชาวโกสัมพี ในทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วยทีฆาวุกุมาร มีเนื้อหาเริ่มด้วยเรื่องภิกษุ
ชาวโกสัมพีทะเลาะวิวาทกัน พระผู้มีพระภาคทรงแสดงวิธีการระงับเวรโดยทรงนำเรื่อง
ทีฆาวุกุมารมาแสดงให้ฟัง ภิกษุพวกนั้นก็ยังไม่สามัคคีกัน๒๐ จึงตรัสพระคาถาว่า
ภิกษุมีเสียงดังเป็นเสียงเดียวกัน ที่จะรู้สึกว่าตนเป็นพาลนั้นไม่มีเลยสักรูปเดียว ยิ่ง
เมื่อสงฆ์แตกกันก็ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องอื่นพวกเธอขาดสติ แสดงตนว่าเป็นบัณฑิตเจ้าคารม
พูดได้ตามที่ปรารถนา จะยื่นปากพูดก็ไม่รู้สึกถึงการทะเลาะ คนเหล่าใดผูกใจเจ็บว่า
Read the rest of this entry »
Posted by
buddhist on January 24th,2012
Uncategorized |
Comments Off
ที่คัมภีร์พระวินัยปิฎกกล่าวถึงพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า คือ บุคคลที่ไม่ต้องอาบัติ
เพราะพระปัจเจกพุทธเจ้า ทรงเป็นพระพุทธะ เช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มี
ความบริสุทธิ์ หมดสิ้นอาสวะกิเลส เครื่องทำให้เศร้าหมองอันก่อให้เกิดมลทินทางกาย วาจา
และใจ จึงไม่ประพฤติละเมิดศีล ดังนั้น อาบัติ คือทางที่เกิดจากการละเมิดพระพุทธบัญญัติ
จึงไม่มีแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า รวมทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย
สรุปคัมภีร์พระวินัยปิฎก พระปัจเจกพุทธเจ้า หมายถึง ผู้ประพฤติปฏิบัติเพื่อสงบ
ระงับเวร กับ พระปัจเจกพุทธเจ้า หมายถึง บؤ¤Åหนึ่งใน ò ¨Ó¾Ç¡ที่äÁèμéͧÍÒºÑμÔ
๒.๓.๒ พระปัจเจกพุทธเจ้าในพระสุตตันตปิฎก
๑. มหาปรินิพพานสูตร
พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้า ว่า “หลังจากพุทธปรินิพพาน พวกข้าพระองค์จะ
ปฏิบัติต่อพระสรีระของพระตถาคตอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า” พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า
“พวกเขาพึงปฏิบัติต่อสรีระของตถาคต เหมือนอย่างที่พวกเขาปฏิบัติต่อพระบรมศพ
พระเจ้าจักรพรรดิ พึงสร้างสถูปของตถาคตไว้ที่ทางใหญ่สี่แพร่ง ชนเหล่าใดจักยก
ระเบียบดอกไม้ ของหอม หรือจุรณ จักอภิวาท หรือจักทำจิตให้เลื่อมใสในสถูปนั้น การ
Read the rest of this entry »
Posted by
buddhist on January 24th,2012
Uncategorized |
Comments Off
‘นี้เป็นสถูปของพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น พวกเขาทำจิตให้เลื่อมใสในสถูปนั้น
หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์’
ดังนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้า หมายถึง ถูปารหบุคคลพวกหนึ่ง ผู้ควรที่จะสร้างสถูป
หรือเจดีย์เพื่อเป็นที่ระลึกและกราบไหว้บูชา
๒. สังคีติสูตร
ว่าด้วยการสังคายนา๒๖ หมวด ๔ กล่าวถึง อริยวงศ์ ๔๒๗ แปลว่า วงศ์ของ
พระอริยะ แบบแผนของพระอริยะ และประเพณีของพระอริยะ หมายถึง วงศ์ของ…
๑) พระพุทธเจ้า
๒) พระปัจเจกพุทธเจ้า
๓) พระสาวกของพระพุทธเจ้า
ดังนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้า หมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติตามแบบแผน ประเพณีของ
พระอริยะ และผู้ประพฤติในอริยวงศ์ ๔
๓. มูลปริยายสูตร
ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรม๒๘ พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป เหตุที่ทรง
แสดงพระสูตรนี้ ทรงปรารภความเมาในปริยัติของภิกษุ ๕๐๐ รูป ทรงแสดงพระสูตรนี้เพื่อ
ทำลายมานะ (ความถือตัว) อันเกิดจากความเมาในปริยัตินั้น๒๙ ตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย ปุถุชน๓๐ในโลกนี้ผู้ยังไม่ได้สดับไม่ได้พบพระอริยะทั้งหลาย ไม่ฉลาด
Read the rest of this entry »
Posted by
buddhist on January 24th,2012
Uncategorized |
Comments Off
ทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับคำแนะนำในธรรมของสัตบุรุษ หมายรู้
ปฐวี๓๒(ดิน) โดยความเป็นปฐวี ครั้นหมายรู้ปฐวีโดยความเป็นปฐวีแล้ว กำหนดหมาย
ซึ่งปฐวี๓๓ กำหนดหมายในปฐวี กำหนดหมายนอกปฐวี๓๔ กำหนดหมายปฐวีว่าเป็นของ
เรา ยินดีปฐวี”๓๕…
ในพระสูตรนี้ ระบุถึงพระปัจเจกพุทธเจ้าว่าเป็น พระอริยะ ซึ่งหมายถึง
พระพุทธเจ้าและพระพุทธสาวกด้วย ที่ชื่อว่าพระอริยะ เพราะเป็นผู้ไกลจากกิเลส ไม่ดำเนินไป
ในทางเสื่อม ดำเนินไปแต่ในทางเจริญ เป็นผู้ที่ชาวโลกและเทวโลกควรดำเนินตาม ดังนั้น
พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงทรงเป็นทั้งพระอริยะ และยังทรงเป็นสัตบุรุษด้วย
๔. จูฬราหุโลวาทสูตร
ว่าด้วยการประทานโอวาทแก่พระราหุล สูตรเล็ก๓๖ พระผู้มีพระภาคทรงประสงค์
จะประทานโอวาทเกี่ยวกับการกล่าวถ้อยคำแก่พระราหุล สมัยที่ท่านยังเป็นสามเณรอายุ ๗
ขวบ๓๗ พระพุทธองค์ทรงสอนให้พิจารณา กายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม ตรัสว่า
๓๒ ปฐวี ๔ ชนิด คือ (๑) ลักขณปฐวี (๒) สสัมภารปฐวี (๓) อารัมมณปฐวี (นิมิตตปฐวี) (๔) สัมมติ-
ปฐวี.
๓๓ กำหนดหมายซึ่งปฐวี หมายถึงกำหนดหมายด้วยตัณหา มานะ และทิฏฐิว่า ‘เราเป็นดิน ดินเป็นของ
เรา, คนอื่นเป็นดิน ดินเป็นของคนอื่น อีกนัยหนึ่ง หมายถึงกำหนดหมายด้วยอำนาจตัณหา ให้เกิดฉันทราคะ ติดใจ
Read the rest of this entry »
Posted by
buddhist on January 24th,2012
Uncategorized |
Comments Off
“..ราหุล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในอดีตกาล ในอนาคตกาล ในปัจจุบัน
กาล ได้ชำระ จักชำระ หรือกำลังชำระกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรมอยู่ สมณะหรือ
พราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ก็พิจารณาดีแล้วจึงชำระกายกรรม พิจารณาดีแล้วจึงชำระ
วจีกรรม พิจารณาดีแล้วจึงชำระมโนกรรม อย่างนี้ ..เพราะเหตุนั้น เธอพึงสำเหนียกใน
เรื่องนี้อย่างนี้ว่า ‘เราพิจารณาดีแล้วจักชำระกายกรรม พิจารณาดีแล้วจักชำระวจีกรรม
พิจารณาดีแล้วจักชำระมโนกรรม’ เธอพึงสำเหนียกอย่างนี้แล”๓๘
สมณะหรือพราหมณ์ ที่พระพุทธองค์ตรัสนั้น ในที่นี้หมายถึง พระพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือสาวกของพระตถาคต ดังนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงหมายถึง สมณะ
หรือพราหมณ์
๕. อิสิคิลิสูตร
ว่าด้วยภูเขาอิสิคิลิ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย ขณะประทับอยู่ ณ
ภูเขาอิสิคิลิ โดยมีพระประสงค์จะให้ภิกษุรู้ความหมาย ประวัติและความสำคัญของภูเขา
ทั้งหลายในบริเวณนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า
“..ภูเขาอิสิคิลิ มีชื่อเช่นนี้ มีบัญญัติเช่นนี้ เรื่องเคยมีมาแล้ว พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐
Read the rest of this entry »
Posted by
buddhist on January 24th,2012
Uncategorized |
Comments Off